
เว้ยหลงข้าวเกรียบผสมมันเทศ รสมะเขือเทศ
รหัสนำหน้า 697 ออกโดย GS1 China ซึ่งบอกว่ารหัสจดทะเบียนที่ใด ไม่ได้บอกว่าสินค้าผลิตที่ใด
ข้อมูลโภชนาการ
| สารอาหาร | 100 กรัม | ปริมาณอ้างอิง |
|---|---|---|
| พลังงาน | 567 กิโลแคลอรี | 28% |
| ไขมัน | 40.0 กรัม | 57% |
| ไขมันอิ่มตัว | 3.3 กรัม | 17% |
| คาร์โบไฮเดรต | 50.0 กรัม | 19% |
| น้ำตาล | 6.7 กรัม | 7% |
| ใยอาหาร | 0.00 กรัม | — |
| โปรตีน | 6.7 กรัม | 13% |
| เกลือ | 0.00 กรัม | 0% |
Open Food Facts, ODbL แก้ไขบัตรเมื่อ 14 ธันวาคม 2567 · ปริมาณอ้างอิง: ระเบียบสหภาพยุโรปที่ 1169/2011 ภาคผนวก XIII
ส่วนประกอบ
แป้งสาลี 41%, น้ำมันปาล์ม 40%, น้ำตาล 6.03%, มันเทศ 5.80%, แป้งข้าวโพด 2.50%, สารควบคุมความเป็นกรด[INS.500(ii),INS.170(i),INS.330,INS.320,INS296) 1.30%, ผงมันฝรั่ง 1.20%, เกลือบริโภคเสริมไอโอดีน 0.93%, ผงรสมะเขือเทศ 0.45%, วัตถุปรุงแต่งรสอาหาร(โมโนโซเดียมกลูตาเมต) 0.35%, อิมัลซิไฟเออร์ (INS.471) 0.20%, สารให้ความหวานแทนน้ำตาล(แอสปาร์แตม) 0.03% สารป้องกันการจับตัวเป็นก้อน(INS.551), สีธรรมชาติ(NS.160c), สีสังเคราะห์(INS.110), สารป้องกันการเกิดออกซิเดชั่น (INS.319), ก๊าซที่ช่วยในการเก็บรักษาอาหาร(INS.941), แต่งกลิ่นเลียนธรรมชาติ, ไม่ใช้วัตถุกันเสีย
- E110สี
- E170กลุ่มแคลเซียมคาร์บอเนต
- E170iแคลเซียมคาร์บอเนตสี · สารทำให้คงตัว
- E296กรดมาลิก
- E319สารกันหืน
- E320สารกันหืน
- E330สารกันหืน · สารช่วยจับโลหะ
- E500สารทำให้คงตัว · สารทำให้ข้น
- E500iiโซเดียมไบคาร์บอเนตสารทำให้คงตัว · สารทำให้ข้น
- E551ซิลิกอนไดออกไซด์สารช่วยพา
- E941ไนโตรเจนก๊าซขับดัน
แหล่งข้อมูล: Open Food Facts, ODbL · ชื่อและหน้าที่ของวัตถุเจือปนอาหาร: อนุกรมวิธานของ Open Food Facts
ในหมวดหมู่
สินค้า 24% ในหมวดนี้มีน้ำตาลน้อยกว่าสินค้านี้ เส้นบางแสดงค่ามัธยฐานของหมวด
ดูสินค้า “ขนม-ของว่าง” ทั้งหมด →
Shelfpedia คำนวณจากข้อมูล Open Food Facts (ODbL) สินค้าหมวดเดียวกันที่จำหน่ายในประเทศไทย ค่าต่อ 100 กรัม
ประเทศที่จำหน่าย
แหล่งข้อมูล: Open Food Facts ประเทศที่จำหน่ายซึ่งผู้ร่วมให้ข้อมูลระบุ
แหล่งข้อมูล
- บัตรข้อมูลสินค้า
- ภาพถ่ายผู้ร่วมให้ข้อมูล Open Food Facts, CC BY-SA
- ค่าอ้างอิงปริมาณอ้างอิง: ระเบียบสหภาพยุโรปที่ 1169/2011 ภาคผนวก XIII
- รหัสนำหน้า GS1ช่วงรหัสนำหน้าที่ GS1 เผยแพร่
พบข้อผิดพลาดหรือไม่ แก้ไขได้ที่แหล่งข้อมูลคือ Open Food Facts แล้วจะแสดงที่นี่ในการปรับปรุงครั้งถัดไป